5 สัญญาณเตือนภัย "แบบแปลนห้องประชุม" ที่อาจกลายเป็นหายนะของระบบภาพและเสียง

5 สัญญาณเตือนภัย "แบบแปลนห้องประชุม" ที่อาจกลายเป็นหายนะของระบบภาพและเสียง

เวลาที่องค์กรกำลังจะรีโนเวทออฟฟิศใหม่ หรือสร้างห้องประชุมเพิ่ม สิ่งแรกที่ทุกคนตื่นเต้นมักจะเป็นเรื่องของความสวยงาม “ห้องต้องดูโมเดิร์น โต๊ะต้องมินิมอล ผนังต้องเป็นกระจกใสเปิดรับแสงธรรมชาติ” ซึ่งในมุมของงานดีไซน์มันคือห้องที่เพอร์เฟกต์มากครับ

แต่ในมุมของ ระบบภาพและเสียง (AV Solutions) แบบแปลนที่เน้นความสวยงามเพียงอย่างเดียว หลายครั้งมักจะซ่อน “ระเบิดเวลา” เอาไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว และกว่าจะรู้ว่าระบบใช้งานได้ไม่ดี ก็คือวันที่ส่งมอบงานและผู้บริหารกดเปิดกล้องประชุมนั่นเอง

วันนี้เรามาเช็ก 5 สัญญาณเตือนภัยในแบบแปลนห้องประชุมกันว่า มีตรงไหนบ้างที่เข้าข่าย “สวยแต่รูป...แต่ระบบพัง” เพื่อที่เราจะได้แก้ไขได้ทันก่อนที่จะลงเสาเข็มหรือฝังสายไฟลงกำแพงครับ

สัญญาณที่ 1: ผนังกระจกใสรอบด้าน (The Glass Box)

กระจกคือศัตรูตัวฉกาจของทั้งระบบภาพและเสียง  

ในแง่ของ “เสียง” กระจกเป็นวัสดุที่สะท้อนเสียงได้ดีมาก หากในแบบแปลนไม่มีการคำนวณพื้นที่สำหรับใส่วัสดุซับเสียงเลย ผลที่ได้คือ “เสียงก้องและสะท้อน” จนคนปลายสายฟังไม่รู้เรื่อง  

ส่วนในแง่ของ “ภาพ” แสงแดดที่ส่องเข้ามาจะทำให้จอภาพเกิดแสงสะท้อนจนมองไม่เห็น หรือถ้าใช้กล้องจับภาพคนในห้อง กล้องก็จะหน้ามืดเพราะเกิดการย้อนแสงครับ 

สัญญาณที่ 2: ตําแหน่งแอร์เป่าลงหน้าจอ หรืออยู่เหนือไมโครโฟนพอดี 

ลมแอร์ที่เป่าลงมาโดนหน้าจอตรง ๆ นอกจากจะสะสมความชื้นและฝุ่นละอองเข้าสู่ตัวอุปกรณ์แล้ว หากห้องนั้นใช้จอ LED ขนาดใหญ่ ความร้อนจากจอที่ปะทะกับความเย็นของแอร์อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของเม็ดหลอด LED ได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากหัวจ่ายแอร์หรือพัดลมระบายอากาศอยู่ใกล้กับตำแหน่งของไมโครโฟนบนเพดาน เสียงลมแอร์จะไหลเข้าไมค์ตลอดเวลา และจะกลายเป็นเสียง Noise รบกวนที่แก้ยากมาก 

สัญญาณที่ 3: "ผนังเบา" ที่ไม่ได้เสริมโครงสร้าง แต่ต้องแบกรับจอ LED ขนาดใหญ่ 

ปัจจุบันหลายองค์กรเปลี่ยนจากโปรเจคเตอร์มาใช้จอ LED ขนาดใหญ่ หรือจอ LED แบบ All-in-One เพื่อความคมชัด ซึ่งจอเหล่านี้รวมโครงสร้างแล้วมีน้ำหนักค่อนข้างมาก หากในแบบแปลนระบุว่าเป็นผนังยิปซัมหรือผนังเบาทั่วไป โดยไม่ได้มีการสั่ง “เสริมโครงเหล็กหรือโครงไม้หนาพิเศษ” ไว้หลังผนัง วันดีคืนดีผนังอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหวจนเกิดการทรุดตัวหรือฉีกขาด ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งอุปกรณ์หลักแสนและผู้ใช้งานในห้อง 

สัญญาณที่ 4: ลืมระบุตำแหน่งและขนาดของ "ท่อร้อยสาย (Conduit)" 

เป็นเรื่องคลาสสิกที่เจอบ่อยที่สุดครับ คือในแบบเขียนว่ามีกล่องปลั๊กบนโต๊ะ แต่ลืมคำนวณขนาดท่อฝังพื้นสำหรับเดินสายสัญญาณจากห้องคอนโทรลมาที่โต๊ะประชุม หรือลืมทำท่อเดินสายจากจอขึ้นไปหากล้องบนผนัง ผลคือเมื่อช่างเข้าหน้างาน ต้องยอมลากสายเปลือย ๆ แล้วเอาตัวครอบพลาสติกมาแปะทับ หรือหนักสุดคือต้องเจาะรื้อพื้น/ฝ้าใหม่ทั้งหมด ทำให้งานดีเลย์และงบบานปลาย 

สัญญาณที่ 5: ระยะห่างและมุมมอง (Viewing Angle) ที่ไม่ได้สัดส่วนกับขนาดจอ 

หากในแปลนวางโต๊ะประชุมตัวแรกอยู่ชิดติดผนังฝั่งที่ติดจอมากเกินไป คนที่นั่งหัวโต๊ะจะต้องแหงนคอสูงถึง 45 องศาเพื่อมองจอ ทำให้นั่งประชุมนาน ๆ แล้วปวดคอ หรือถ้าเลือกใช้จอภาพผิดประเภท เช่น จอที่มีมุมมองแคบ คนที่นั่งริมสุดของโต๊ะก็จะไม่สามารถมองเห็นสีและเนื้อหาบนจอได้อย่างถูกต้องชัดเจน 

ป้องกันหายนะ... เริ่มต้นด้วยการให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจแปลน 

การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในกระดาษ ใช้เงินแค่ค่าลบแล้วเขียนใหม่ แต่ถ้าปล่อยให้สร้างเสร็จแล้วค่อยมาแก้ ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าค่าระบบภาพและเสียงทั้งหมดรวมกันเสียอีก 

การสร้างห้องประชุมที่ดี จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอินทีเรียดีไซน์ และไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่าย IT แต่เป็นการ "ทำงานร่วมกัน" ตั้งแต่วันแรกครับ 

ที่ SWS Group เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบภาพและเสียงระดับมืออาชีพเท่านั้น แต่เรามีทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้าน AV Solutions ที่พร้อมเข้าไปทำงานร่วมกับสถาปนิกและผู้รับเหมาของคุณตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจแบบแปลน เพื่อช่วยคำนวณมุมมอง ระบบแสง สถาปัตยกรรมทางเสียง รวมถึงการวางตำแหน่งอุปกรณ์อย่างถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าห้องประชุมใหม่ของคุณ จะออกมาสวยงามตรงใจ และมีระบบภาพและเสียงที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งานครับ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้