BYOD & BYOM คืออะไร? ทำไมระบบภาพและเสียงยุคใหม่ ต้องรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย

BYOD & BYOM คืออะไร? ทำไมระบบภาพและเสียงยุคใหม่ ต้องรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย

เคยไหมครับ? เดินเข้าห้องประชุมพร้อมโน้ตบุ๊กคู่ใจ แต่ต้องมานั่งเสียเวลาหาสายสัญญาณ สายแปลงสารพัดหัว บางทีสายสั้นไปนั่ง หรือพอเสียบสายแล้วภาพไม่ขึ้น จอไม่ติด จนต้องโทรตามทีม IT มาช่วยดูทุกครั้ง กว่าจะได้เริ่มประชุมก็เลทไปแล้ว 10-15 นาที

ปัญหาชวนปวดหัวเหล่านี้กำลังจะหมดไป เพราะในยุคที่การทำงานมีความยืดหยุ่นสูง เทรนด์ที่เรียกว่า BYOD และ BYOM กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมห้องประชุมยุคใหม่ให้ทำงานได้ง่ายขึ้นภายในไม่กี่วินาที และนี่คือสิ่งทีคนทำงานยุคนี้ต้องการมากที่สุดครับ

วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 2 คำนี้กันให้ชัดเจนขึ้น พร้อมเหตุผลว่าทำไมระบบภาพและเสียง (AV Solutions) ยุคใหม่ ถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบเชื่อมต่อไร้สายครับ

เจาะลึกความหมาย BYOD และ BYOM คืออะไรกันแน่?

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำเหล่านี้ผ่านหูมาบ้าง แต่อุปกรณ์สองสิ่งนี้ทำหน้าที่ต่างกันอย่างไรในห้องประชุม ย่อยให้ฟังเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

BYOD (Bring Your Own Device)

คือแนวคิดที่อนุญาตให้พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก, แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน มาเชื่อมต่อเพื่อ “ส่งภาพและเสียง” ขึ้นหน้าจอใหญ่ในห้องประชุมได้ทันทีผ่านระบบไร้สาย โดยไม่ต้องเดินไปเสียบสาย HDMI หรือสาย VGA แบบเดิม ๆ 

BYOM (Bring Your Own Meeting):  

คือก้าวที่ล้ำไปอีกขั้นจาก BYOD คำนี้หมายความว่า เมื่อคุณเดินถือโน้ตบุ๊กเข้ามาในห้องประชุม คุณสามารถเปิดโปรแกรมประชุมส่วนตัว เช่น Zoom, Microsoft Teams หรือ Webex แล้วสั่งให้ระบบ "ดึงสัญญาณไร้สาย" จากกล้อง, ไมโครโฟน และลำโพงระดับพรีเมียมที่ติดตั้งอยู่ในห้องประชุม มาใช้บนโน้ตบุ๊กของคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียบสายเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เหล่านั้นเลย 

ทำไมระบบภาพและเสียงยุคใหม่ ถึงต้องรองรับระบบไร้สายนี้? 

หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณาปรับปรุงห้องประชุม นี่คือเหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามเทคโนโลยีไร้สาย 

เริ่มต้นประชุมได้ทันที ลดเวลาไร้ประโยชน์ :  

พนักงานไม่ต้องเสียเวลาย้ายที่นั่งเพื่อให้ใกล้สายสัญญาณ ไม่ต้องหาอแดปเตอร์แปลงหัว แค่เดินเข้าห้อง กดเชื่อมต่อผ่านซอฟต์แวร์หรือคลิกปุ่มแชร์ไร้สาย ภาพและเสียงก็พร้อมใช้งานภายใน 3 วินาที 

ยกระดับการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง:  

ระบบไร้สายยุคใหม่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถแชร์หน้าจอพร้อม ๆ กันได้มากกว่า 1 หน้าจอ (Multi-Screen Sharing) ทำให้การเปรียบเทียบข้อมูล หรือการระดมสมองทำได้ลื่นไหลกว่าการสลับสายเสียบไปมา 

ตอบโจทย์การทำงานแบบ Hybrid Work:  

พนักงานในห้องประชุมสามารถใช้กล้องและไมค์คุณภาพสูงของห้อง เพื่อคุยกับทีมงานที่อยู่ทางบ้านได้อย่างคมชัด ผ่านโปรแกรมที่อยู่บนหน้าจอโน้ตบุ๊กของตัวเอง ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในที่ประชุมเท่า ๆ กัน 

ห้องประชุมสวยงาม เป็นระเบียบ:  

บอกลาภาพลักษณ์ออฟฟิศเก่า ๆ ที่สายไฟและสายสัญญาณพันกันยุ่งเหยิงบนโต๊ะประชุม ระบบไร้สายจะช่วยให้อินทีเรียดีไซน์ของห้องดูคลีน มินิมอล และน่าใช้งานมากขึ้น 

ความท้าทายที่ต้องระวังในการเลือกใช้ระบบไร้สาย 

แม้ว่าระบบเชื่อมต่อแบบไร้สายจะฟังดูสะดวกสบายมาก แต่การจะทำให้ระบบเสถียรและใช้งานได้ดีจริง ๆ นั้น มีสิ่งหลังบ้านที่ต้องคำนวณให้รอบคอบ 

ความเสถียรของสัญญาณ: ถ้าระบบจัดการสัญญาณไม่ดี อาจเกิดอาการภาพกระตุก เสียงดีเลย์ หรือหลุดระหว่างการพรีเซนต์งานสำคัญ 

ระบบรักษาความปลอดภัย: การปล่อยให้พนักงานหรือบุคคลภายนอกเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบจอภาพแบบไร้สาย ต้องมีระบบ Security ที่รัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลขององค์กรรั่วไหล 

ความง่ายในการใช้งาน: อุปกรณ์ที่ดีต้องไม่ซับซ้อน พนักงานทุกคนต้องใช้งานได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาฝ่าย IT ทุกครั้ง 

เปลี่ยนห้องประชุมเดิม ๆ สู่ยุคไร้สายอย่างมืออาชีพ 

การอัปเกรดห้องประชุมให้รองรับระบบ BYOD & BYOM ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่การซื้อตัวรับสัญญาณไร้สายทั่วไปมาเสียบหลังจอแล้วจบ แต่จำเป็นต้องมีการออกแบบระบบเน็ตเวิร์กและการจัดการสัญญาณภาพและเสียงให้สอดประสานกันอย่างลงตัวครับ 

หากองค์กรของคุณกำลังเจอปัญหาเรื่องสายสัญญาณที่รุงรัง หรืออยากเปลี่ยนห้องประชุมเดิมให้ทำงานแบบไร้สายได้อย่างลื่นไหล SWS Group มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมเข้ามาช่วยประเมินหน้างาน ออกแบบระบบ และเลือกโซลูชันไร้สายที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานในองค์กรของคุณ 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้